ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่เหมือนอยู่แสนไกลลล ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิจะบอกไป ว่าวันนี้ Clubsister เรามีหนังมาแนะนำพร้อมรีวิวให้สาวๆ ได้รับชมกันอีกเช่นเคย อินโทรเพลงมาขนาดนี้แล้ว จะเป็นแนวใดไปไม่ได้เลยนอกจาก “หนังแอบรักเพื่อน สำหรับชาว Friend Zone” บอกเลยว่าแต่ละเรื่องมีทั้ง แอบรักแบบรู้ตัวช้า, แอบรักในความทรงจำ, แอบรักมานานหลายปี รวมถึง แอบรักแบบไม่ตั้งใจ เรียกได้ว่า รวมบรรดาแอบรักเพื่อนข้างเดียวมาไว้ที่นี่เลยก็ว่าได้ งั้นอย่ารอช้า ไปดูหนังให้ชีช้ำ ย้ำเตือนเล่นๆ กันเถอะ

5 หนังแอบรักเพื่อน สำหรับชาว Friend Zone โดยเฉพาะ!!

 

เรื่องที่ 1: Love, Rosie (2014)

ความยาวเรื่อง: 1 ชั่วโมง 42 นาที
ได้รับคะแนนจาก IMDb: 7.2 / 10

หนังแอบรักเพื่อน

ถ้าพูดถึงหนังแอบรักเพื่อนแล้วละก็ คงหนีไม่พ้นหนังครองใจขวัญใจมหาชนทั่วโลกอย่าง Love, Rosie หรือชื่อภาษาไทยคือ เพื่อนรักกั๊กเป็นแฟน Love, Rosie เป็นนิยายรักที่ผันตัวเองมาเป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ พูดถึงเรื่องราวความรักของเพื่อนรัก (รักเพื่อน) ต่างเพศที่โตมาพร้อมกัน ‘โรซี่’ (Lily Collins) และ ‘อเล็กซ์’ (Sam Claflin)

ทั้งคู่เรียนที่เดียวกันและมีความฝันที่จะก้าวไปสู่โลกกว้างด้วยการเข้ามหาวิทยาลัยในบอสตันพร้อมกัน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แต่ก็อย่างว่า เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิด โรซี่ดันท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงไม่สามารถเดินตามความฝันที่ตัวเองวาดไว้กับอเล็กซ์ได้

หนังแอบรักเพื่อน

บอกก่อนเลยว่าสำหรับหนังแอบรักเพื่อนเรื่องนี้ เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายๆ คนถึงหลงรัก อาจเป็นเพราะหนังดำเนินเรื่องแบบ Flashback เป็นการเล่าเรื่องย้อนหลังตั้งแต่พระเอกและนางเอกยังอยู่ High School ย้อนขึ้นมาเรื่อย ๆ ถ่ายทอดผ่านสิ่งรอบข้าง เช่น เทคโนโลยีอย่างการคุยกันผ่าน MSN, Nokia 3310 หรือแม้กระทั่งเพลง ในแต่ละช่วงเวลา ไล่มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เราได้สัมผัสความรู้สึกของแต่ละตัวละครและอรรถรสของหนังได้อย่างครบถ้วน (ปนมุกตลกร้ายมาสะด้วย)

นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราสัมผัสได้แบบอ้อมๆ ว่า พระเอกและนางเอกแอบรักกันมาเป็นเวลานาน ไม่เพียงแค่นั้นหนังยังสร้างจุดคลาดเคลื่อนและการสวนทาง ของการพบกันในทุกๆ ครั้งของพระเอกและนางเอก แม้กระทั่งฉากสุดท้ายก็ยังมี ทำให้เราต้องคอยลุ้น คาดหวังและพยายามเดาทางของเรื่องอยู่ตลอดเวลา

 

เรื่องที่ 2: Friends with Benefits (2011)

ความยาวเรื่อง: 1 ชั่วโมง 49 นาที
ได้รับคะแนนจาก IMDb: 6.5 / 10

หนังแอบรักเพื่อน

หากถามว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแอบรักเพื่อนแบบเรื่องอื่นๆ ที่เราจะยกตัวอย่างมาไหม ก็งคงไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีจุดเริ่มต้นมาจากคำว่าเพื่อน จนกลายเป็นความสัมพันธ์ในเชิงผลประโยชน์ และสุดท้ายก็หนีไม่พ้น “ใครรู้สึกก่อน คนนั้นแพ้” และเรื่องนี้ก็คือ Friends with Benefits เป็นเรื่องราวของ ‘ดีแลน’ (Justin Timberlake) หนุ่ม Art Director ที่เข้ามาตะกายฝันในกรุงนิวยอร์ก โดยมี ‘เจมี่’ (Mila Kunis) นายหน้าหางานให้กับตัวเขา

ทั้งคู่ต้องพบเจอกันทุกๆ วัน ประจวบเหมาะกับที่ทั้งคู่เพิ่งเลิกรากับแฟนมาไม่นาน จึงทำให้เกิดเป็นผูกพันแบบฉันเพื่อนและกลายมาเป็นความสัมพันธ์แบบ Sex Friend ในที่สุด โดยทั้งสองตั้งข้อตกลงว่า “หากใครที่เริ่มอยากมีความสัมพันธ์แบบคนรักแล้ว สามารถยกเลิกข้อตกลงนี้ได้ และจะยังเป็นเพื่อนกันอยู่”

หนังแอบรักเพื่อน

ต่อมาก็นั้นแหละ ตามท้องเรื่องสไตล์หนังแอบรักเพื่อน ความสัมพันธ์แบบนี้ต้องจบลงเมื่อใครคนใดคนหนึ่งเริ่มรักอีกฝ่ายแบบจริงจัง (แต่จริงๆ ก็คิดเหมือนกันทั้ง 2 ฝ่ายแหละ แต่แค่กั๊กไม่บอกกันเฉยๆ) สิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้คงเป็นเพราะ หนังถ่ายทอด Background และ ความไม่สมบูรณ์แบบของทั้งคู่ตลอดการเดินเรื่อง พร้อมสอดแทรกมุมตลก ๆ ตลอดความสัมพันธ์ ไม่เว้นแม้กระทั่งฉากเลิฟซีนบนเตียง ให้เราได้อมยิ้มและหัวเราะอยู่เรื่อยๆ

สิ่งที่เราสัมผัสได้จากหนังเรื่องนี้คือ Sex และ ความสัมพันธ์เชิงคนรักนั้น มีจุดที่ไม่ต่างกันเท่าไร หลายคนอาจมองว่า Sex คือการแบ่งรับแบ่งสู้ ความสัมพันธ์แบบคนรักก็เช่นกัน เราต้องรู้ใจ รู้จุดที่ชอบและไม่ชอบของคนๆ นั้นก่อน ถึงจะเข้าใจซึ่งกันและกันได้มากที่สุด (จริงๆ เราชอบประโยคในหนังฉากสุดท้ายที่พระเอกบอกกับนางเอก รู้สึกว่ามันโดนใจจริงๆ)

 

เรื่องที่ 3: เพื่อนสนิท (2015)

ความยาวเรื่อง: 1 ชั่วโมง 30 นาที
ได้รับคะแนนจาก IMDb: 7.8 / 10

หนังแอบรักเพื่อน

ใครว่าหนังแอบรักเพื่อนที่เราจะแนะนำมีแต่ฝั่งฮอลลีวูดกันเล่า เพราะไทยบ้านเรา ทำหนังแอบรักเพื่อนได้แบบเจ็บจี๊ดโดนใจไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยทีเดียว และหากพูดถึงหนังแอบรักเพื่อน คงหนีไม่พ้นหนังรักเพื่อนตลอดกาลที่ดูกี่ทีก็ยิ่งเพิ่มพูนความรู้สึกเข้าไปทุกทีกับเรื่องนี้ “เพื่อนสนิท” หรือที่ต่างประเทศรู้จักกันในชื่อ Dear Dakanda

หนังพูดถึง 2 เหตุการณ์ โดยดำเนินเรื่องผ่าน ‘หมู’ หรือ ‘ไข่ย้อย’ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) หนุ่มมาดเซอร์ ขี้อายที่มาจากกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสเข้าเรียนที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นเพื่อนกับ ‘ดากานดา’ (นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) สาวเหนือที่เรียนคณะเดียวกัน

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ก่อเกิดเป็นความผูกพัน ไข่ย้อยเกิดหลงรัก ดากานดา ขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกที ก็ยากที่จะบอกเสียแล้ว และในอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ หมูเดินทางไปเที่ยวที่เกาะพะงันและบังเอิญประสบอุบัติเหตุที่นั่น จึงทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จากเหตุนี้จึงทำให้ได้รู้จัก ‘นุ้ย’ (มณีรัตน์ คำอ้วน) พยาบาลสาว ความผูกพันและความรู้สึกที่มีจึงเริ่มเปลี่ยนไป

หนังแอบรักเพื่อน

อยากบอกว่าหนังแอบรักเพื่อนเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เราชอบมาก และยกให้เป็นที่ 1 ในใจ เพราะที่ชอบเลยคงเป็นวิธีการเล่าเรื่องแบบตัดสลับระหว่างช่วงปัจจุบันกับช่วงอดีต ตัดไปมาเพื่อดึงอารมณ์คนดู พร้อมวางจุดอารมณ์เชื่อมโยงทั้ง 2 ช่วงเวลาได้ดี บวกกับสอดแทรกมุกตลกน่ารักให้คนดูพอได้ขบขัน ฉากที่ชอบคงหนีไม่พ้น ฉากนับเลข (เราก็คิดในใจนะว่าถ้าจะนับกรอกหูขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องตื่น)

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการพูดตอกย้ำแบบ อุปมา – อุปมัย ให้คนดูได้คิดตามไปด้วย เกี่ยวกับความสัมพันธ์และการรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ มันดันตรงกันกับช่วงที่ไข่ย้อยเริ่มรู้ใจตัวเองแล้วว่า รักดากานดามากกว่าเพื่อนสนิท

จุดพีคที่สุดของเรื่องคงหนีไม่พ้น 20 นาทีสุดท้ายก่อนจะจบ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนังตัดสลับถี่และตัดตรงจุดเชื่อมอารมณ์ได้ดีที่สุด ของทั้ง 2 ช่วงเวลา ทำให้คนดูรับอารมณ์ของแต่ละตัวละครได้เต็ม ๆ รวมไปถึงการวางบทสรุปที่กินใจคนดูได้เป็นอย่างดี โดยการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางรูปวาดและตัวอักษร ทำให้คนดูนึกภาพตามได้เองโดยไม่ต้องมีฉากรีรันในหนัง (น้ำตาคลอออ ) บวกกับฉากจบที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย

 

เรื่องที่ 4: Friend Zone (2019)

ความยาวเรื่อง: 1 ชั่วโมง 58 นาที
ได้รับคะแนนจาก IMDb: 7.3 / 10

หนังแอบรักเพื่อน

หนังแอบรักเพื่อนอีกเรื่องที่เมื่อให้ยกตัวอย่างหนังแนวนี้ ก็คงหนีไม่พ้นหนังเรื่องนี้แน่นอน เพราะเป็นหนังที่ในช่วงหนึ่งโปรโมทหนักมาก เรียกความสุข ความสนุกให้คนดูหนักมากเช่นกัน 

โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ ปาล์ม และ กริ๊ง หนุ่มสาวที่เป็นเพื่อนสนิท(คิดไม่ซื่อ)กันมาตั้งแต่มัธยมยาวนานไม่ต่ำกว่า 1 ทศวรรษ ทั้งคู่ร่วมทุกข์และสุขกันมาตลอด 10 ปี แต่ในเวลาผ่านไป ปาล์มก็ต้องแบกรับความรักแบบลับๆ ที่ตนมีต่อกริ๊งโดยต้องปิดกั้นความรู้สึกไปพร้อมบทบาทหน้าที่ของคำว่า “เพื่อน” อยู่ตลอดเวลา และในที่สุดความรู้สึกนี้ มันก็ได้ระเบิดขึ้น

หนังแอบรักเพื่อน

ส่วนตัวหนังแอบรักเพื่อนเรื่องนี้ คงไม่ได้ซึ้งกินใจเท่าเรื่องอื่นๆ แต่ถือว่าใช้ได้ ดูได้ บันเทิงดี ฉากฮาทำได้ดี ขำน้ำตาเล็ด จังหวะโจ๊ะครึ่มดีมาก เราได้เห็นน้องนายในอีกบทบาทหนึ่งที่ พอมาบทตลก ๆ โปกฮาก็ทำได้ดีเชียว แต่เรื่องการแสดงและคนชูรสของเรื่องเลย คงต้องยกความดีความชอบให้กับใบเฟิร์น สิ่งเล็ก ๆ ของเราคนนี้

บอกได้เลยว่าบท “กริ๊ง” นี่ เรานึกถึงใครไม่ออกเลยนอกจากใบเฟิร์น เป็นนักแสดงที่ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็ทำออกมาได้ดี เล่นเข้าถึงช่วงวัยนั้น ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีที่ติ

ในส่วนของพล็อตเรื่อง หนังนำเสนอมุมมองชีวิตของเหล่ากลุ่ม Friend Zone ได้ดี คิดว่าน่าจะเข้าถึง insight ของใครหลาย ๆ คน ยกตัวอย่างง่ายๆ พอเขาทะเลาะกับแฟน เขาก็มาหาเรา พอดีกัน เราก็กลายเป็นน้องหมาซะงั้น คุยกันทุกวัน ไลน์หากันทุกคืน สุดท้ายแล้วยังไง ยังไม่พร้อม ช่วยรอไปก่อนนนนน

อาจเพราะเรื่องน่าเศร้าในชีวิตของเหล่านักรักเพื่อนแบบนี้ละมั้ง ที่หนังนำเสนอออกมาได้น่ารักและไม่ได้รู้สึกตึงเครียด พลอยทำให้คนดูแฮปปี้ และยิ้มตามมุมมองแบบนี้ไปได้

 

เรื่องที่ 5: แฟนฉัน (2003)

ความยาวเรื่อง: 1 ชั่วโมง 50 นาที
ได้รับคะแนนจาก IMDb: 8.0 / 10

หนังแอบรักเพื่อน

หนังแอบรักเพื่อนเรื่องสุดท้าย เราขอยกความทรงจำวัยเด็ก และความรู้สึกป๊อปปี้เลิฟของใครๆ หลายๆ คนมาไว้กับหนังเรื่องนี้ พร้อมประโยคที่ว่า “เจี๊ยบ ตัดยางเราทำไม” (ฮ่าๆ) ใช่แล้วค่ะ หนังแอบรักเพื่อน เรื่องสุดท้ายคือเรื่อง แฟนฉัน

เรื่องราวความทรงจำ และความรู้สึกที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี นานเท่าไร ก็ยังคงติดอยู่ในใจเรา เป็นความทรงจำสีจางๆ เสมอ เรื่องราวของเจี๊ยบ ชายหนุ่มที่เดินทางมางานแต่งเพื่อนสนิทในวัยเด็กของตนอย่างน้อยหน่า เพื่อร่วมยินดีกับเธอ

แต่ทว่าเขากลับคิดถึงเรื่องราวความหลังเมื่อครั้งก่อน ที่ยังคงติดอยู่ในใจเขาตลอดเวลา กับความรักในแบบเด็กๆ สมัยเรียน

หนังแอบรักเพื่อน

แฟนฉัน เป็นหนังแอบรักเพื่อนที่เราชอบมากๆ อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเรื่องไม่ได้นำเสนอที่มุมแอบรักเพื่อนในวัยหนุ่มสาวเหมือนเรื่องทั่วๆ ไป แต่เป็นการแอบรักเพื่อนสนิท ในวัยเด็กที่เราเชื่อว่า คนเราแทบจะทุกคนต้องเคยมีความรู้สึกแบบนี้กันทั้งนั้น เป็นความรักบริสุทธิ์ ความรักแรกเริ่มที่อัดอั้นในใจ บ่อยครั้งที่เรามักแกล้งคนที่เราชอบ เพียงเพราะอยากอยู่ใกล้ ไปเล่นกับเขาบ่อยๆ อยากให้เขาสนใจ อยากให้เขาสนิทกับเราเพียงแค่คนเดียว

มันเป็นความรู้สึกที่อิ่มฟูในใจเราตลอดเวลา  และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บรรยายความรู้สึกของเราเมื่อตอนยังเด็กได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแค่นั้นยังถ่ายทอดความทรงจำในวัยเด็กได้สมบูรณ์แบบ เป็นหนังที่อิ่มเอมไปด้วยความทรงจำ ที่เติมเต็มเรื่องราวของเราได้อย่างครยถ้วนที่สุด

 

Photo Credit:

Comments

comments