สวัสดีค่าสาวๆ ชาวซิสที่น่ารักทุกคน ช่วงที่ผ่านมาคนรอบตัวของนักเขียนมาปรึกษาเรื่องการสักและให้ช่วยเลือกลายสักอยู่บ่อยครั้ง และคำถามที่พบบ่อยมากๆ เลยคือ จะต้องทำตัวยังไงถ้าจะสัก อยากสักแต่ไม่กล้ากลัวต่างๆ ไปหมด งั้นวันนี้ Clubsister ขอแนะนำ “มาทบทวน 5 ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก ถ้าคิดดีแล้วก็ลุยเลย!” มาดูกันว่าก่อนที่เราจะเริ่มไปสักเนี้ย เราจะต้องคิดและเตรียมตัวอย่างไรกันก่อน อย่ารอช้าไปเริ่มกันเลยค่า

 

“อยากสักแต่ก็ยังลังเล! งั้นลองมาทบทวน 5 ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก ถ้าคิดดีแล้วก็ลุยเลย!”

 

 

ข้อที่ 1: ถามตัวเองว่าอยากสักจริงๆ ใช่ไหม?

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสักในข้อแรกที่จำเป็นและเรียกได้ว่าสำคัญกว่าข้อไหนๆ เลยก็คือ “คุยกับตัวเอง และถามตัวเองค่ะ ว่าอยากสักจริงๆ ใช่ไหม?” ที่ต้องมีข้อนี้เพราะว่าบางครั้งเราแค่เกิดความชอบหรือความหลงใหลแค่ชั่วคราว ให้ความรู้สึกเหมือนอยากทานอาหารอะไรซักอย่างแค่ช่วงนั้น และหลังจากนั้นก็เปลี่ยนใจ เพราะว่ารอยสักนั้น ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันจะอยู่ติดตัวเพื่อนๆ ไปตลอด

เพราะฉะนั้นก่อนจะสักคิดและไตร่ตรองถามตัวเองให้แน่ใจว่า คิดดีแล้วใช่ไหม? นอกจากการที่จะต้องถามตัวเองแล้วนั้น สิ่งที่ควรคำนึงไปพร้อมกันคือ เราสามารถสักได้ใช่ไหม? เนื่องจากว่าบางสายงานสายอาชีพ ไม่สามารถสักนอกร่มผ้าได้ ยกตัวอย่างเช่น ข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และแม้กระทั่งเยาวชนที่อายุต่ำหว่า 18 ปี ที่ยังเรียนอยู่ อาจจะต้องคิดดีๆ ว่าหากเราสักไปนั้นจะเกิดผลที่ตามมาหรือไม่อย่างไรค่า

 

ข้อที่ 2: ศึกษาและหาร้านสักที่น่าเชื่อถือ

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก

ในข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสักต่อมา เมื่อเราคิดและไตร่ตรองคุยกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะต้องหาต่อไปเลยคือ ร้านสักที่น่าเชื่อถือค่ะ โดยเราสามารถศึกษาและหาร้านสักได้จาก Social Media ทั่วไปเลย ไม่ว่าจะไป IG / Facebook หรือแม้กระทั่ง Search Google เมื่อเจอร้านสักที่น่าสนใจ ก็ลองดูรีวิว ดูผลงาน ของเขาว่าตรงใจกับความชอบ

หรือความต้องการของเราหรือไม่ เขามีมาตราการอย่างไรในการป้องกันหรือบริการลูกค้า ยกตัวอย่าง ร้านสักที่นักเขียนไปใช้บริการมานั้น มีการให้วัดอุณหภูมิ / ตรวจ ATK ก่อนเข้าร้าน
รวมถึงให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่สัก ห้ามให้ผู้ติดตามมาด้วย และบริการหลังการสักต่างๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถไปเพื่อสอบถามทางร้านได้ค่า

 

ข้อที่ 3: ดูว่าจะสักตำแหน่งอะไร และลายอะไร

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก

ต่อมาเมื่อมีร้านที่อยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกข้อหนึ่งที่ใช้ระยะเวลานานไม่ต่างจากข้อแรก นั่นก็คือ “ดูตำแหน่ง และ ลายที่จะสัก” บอกเลยว่าข้อนี้จะมีความลังเลและไม่มั่นใจค่อนข้างสูง หากผ่านข้อนี้ไปได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล โดยในข้อนี้ให้เราเลือกตำแหน่งที่เราอยากจะสักก่อนว่าอวัยวะส่วนใดที่เราเล็งเอาไว้

 

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก

หากคนที่สักในครั้งแรก เราขอแนะนำให้ดูระดับความเจ็บของตำแหน่งการสักก่อนเพื่อจะได้เตรียมตัวเอาไว้ โดยตำอหน่งการสักของผู้หญิง และผู้ชายนั้น จุดเจ็บจะไม่เหมือนกัน

เมื่อรู้ตำแหน่งที่ก็มาดูลายที่อยากจะสัก ในส่วนนี้สามารถค้นหาลายใน Internet หรือจะให้ทางร้านที่มีการรับออกแบบ Create ให้ก็ได้ พร้อมวัดขนาดไปให้แน่ชัด

 

ข้อที่ 4: รีเช็คราคาให้แน่นอน

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสักต่อมานั้น ใกล้จะโค้งสุดท้ายของการริเริ่มแล้ว นั่นก็คือ ราคา โดยเบื้องต้นราคาของรอยสักนั้นจะแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ร้าน และแล้วแต่ ขนาดลาย และสี ยิ่งถ้าเป็นลายที่ค่อยข้างยาก ต้องใช้สีเยอะ และขนาดใหญ่ ราคาก็จะแพงขึ้นไปด้วย หรือบางครั้งหากเราให้ทางร้านเป็นคนออกแบบให้นั้น ราคาก็อาจจะบวกเพิ่มขึ้นไปอีก

เพราะเป็นค่าไอเดียในการคิดลาย ซึ่งตรงส่วนนี้เราก็ต้องสอบถามและดูรายละเอียดกับทางร้านให้ดีและถี่ถ้วน ยกตัวอย่าง ตอนที่เราไปสักเรามีแบบไปให้ ส่งแบบ บอกจุดที่จะสัก ขนาด และสีที่ต้องการจะได้ ไปให้ที่ร้าน เมื่อร้านประเมินแล้ว เรารับราคาได้ ก็เป็นอันตกลง และโอนเงินมัดจำ นัดวันต่อไป

 

ข้อที่ 5: เตรียวตัวและเตรียมอุปกรณ์สำหรับการดูแลรอยแผลหลังสัก

ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสัก

และข้อควรคิดก่อนตัดสินใจสักข้อสุดท้ายนั่นก็คือ เตรียมตัวเตรียมใจก่อนจะสักค่า เมื่อเราคิดและดูทุกอย่างจาก 4 ข้อด้านบนอย่างละเอียดแล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปเลยคือ เตรียมตัวก่อนที่จะไปสักเริ่มจากนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งดแอลกอฮอล์ก่อน 24 ชั่วโมง (หากถามว่าทำไมต้องงด เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

ดังนั้นก็จะไม่ดีหากเรากำลังจะไปสัก) ตรวจ ATK ก่อนที่จะไปสัก อย่างว่าในยุคสมัยนี้ต้องดูแลและป้องกันเรื่องโรคระบาดเอาไว้ด้วย นอกจากเตรียมตัวแล้ว เราต้องเตรียมอุปกรณ์ที่จะดูแลรักษาแผล หลังจากที่จะสักด้วย โดยสิ่งที่ต้องเตรียมเลยคือ น้ำเกลือเช็ดแผล สำลี และ ยาทาแผล Bepanthen First Aid โดยยาตัวนี้จะช่วยสมานแผลและลดอาการติดเชื้อจากแผลสดได้
โดยที่สีของรอยสักไม่เพี้ยน

นอกจากนั้นหลังจากสักแล้วเราควรศึกษาและเตรียมตัวด้วยว่า เราจะต้องงดและระวังอะไรก่อน ยกตัวอย่างเช่น ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกอย่าเพิ่งให้รอยสักโดนน้ำหรือเหลื่อ / ช่วง 3 – 7 วันแรก (1 สัปดาห์) แผลสามารถโดนน้ำได้แต่ไม่ควรโดนสบู่หรือแชมพู เนื่องจากอาจทำให้สีหลุดได้ เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วให้รีบซับให้แห้ง เช็ดด้วยน้ำเกลือและทายา และไม่ควรโดนคลอรีนในช่วงนั้น ยิ่งแผลมีสะเก็ดห้ามเกาเด็ดขาด เมื่อเตรียมและเรียนรู้สิ่งเหล่านี้เสร็จแล้ว ก็เอาละ ลุยได้เลย

 

Photo Credits:

Comments

comments