สวัสดีค่าสาวๆ ชาวซิสที่น่ารักคน อีกไม่กี่วันนี้ก็จะใกล้ถึงวันฮาโลวีนกันแล้ว ตัวนักเขียนเองถ้าให้พูดตตามตรงก็ไม่ค่อยจะถนัดการดูหนังหรือซีรีส์ผีสางเสียเท่าไร แต่ถ้าให้เป็นแนว Thrill Drama หรือ Psychologies นี่ไม่หวั่นเลยจริงๆ ดังนั้นวันนี้ขอเอาใจ คอหนังจิตวิทยาไม่ควรพลาดหนังใหม่ Netflix “Luckies Girl Alive” สะท้อนและเสียดสีสังคมแบบจัดเต็ม ต้อนรับวันฮาโลวีนหรือใครก็ตามที่ชื่นชอบหนังแนวจิตวิทยากันค่ะ

 

คอหนังจิตวิทยาไม่ควรพลาดหนังใหม่ Netflix “Luckies Girl Alive” สะท้อนและเสียดสีสังคมแบบจัดเต็ม

 

Luckies Girl Alive (คลิกเพื่อรับชม)
ลักษณะ: ภาพยนตร์
ได้คะแนนจาก IMDb: 6.4 / 10
ประเภท: ดราม่า – จิตวิทยา

 

เรื่องย่อและที่มา

Lukiest Girl Alive เป็นภาพยนตร์ที่รังสรรค์การสร้างจาก Original Netflix โดยที่มาของภาพยนตร์จิตวิทยา ดราม่าเรื่องนี้มาจากนิยายขายดี ที่ใช้ชื่อเรื่องเดียวกันจากผู้เขียน เรื่องราวพูดถึง Ani FaNelli นักเขียนคอลั่ม 18+ จากหัวนิตยสารชื่อดัง บุคคลภาพนอก การวางตัว และชีวิตเธอ ดูจะเหมือนผู้หญิงที่เรียกได้ว่าเพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง เป็น Working women มีคู่หมั้นสุดหล่อหน้าตาดีดีกรีศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอใช้ชีวิตเปหมือนหญิงสาวทั่วไป

Luckies Girl Alive

Photo Credit 1: amazon

 

จนในวันหนึ่งถึงวันที่เรียกได้เป็นวันสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเธอที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ ผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ติดต่อเธอมาให้เธอได้ร่วมแสดงหนังสารคดีที่เกี่ยวกับเหตุการร์กราดยิงในโรงเรียนมัธยมไฮโซแห่งหนึ่งเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ด้วยเหตุนี้ทำให้ภาพในอดีต รวมถึงเรื่องราวที่มีแต่เพียงเธอเท่านั้นที่รู้ได้ตีฟุ้งขึ้นมาเหมือนฝุ่นที่ซุกใต้พรม และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่า เธอไม่ใช่หญิงสาวที่โชคดีที่สุด แต่ เธอเป็นเพียงเหยื่อที่กล้าหาญที่สุดต่างหาก

 

ตัวละครสำคัญของเรื่อง

Luckies Girl Alive

Photo Credit 2: filmvandaag

 

ตัวละครที่ 1: Mila Kunis
แสดงนำโดย: Ani FaNelli

หากพูดถึง Mila Kunnis เราอาจจะเห็นเธอในลุคตัวประกอบที่สุดเซ็กซี่จากหนังจิตวิทยาชื่อดังอย่าง Black Swan หรือนางเอกสุดแซ่บจากโรแมนติก คอมเมดี้ ชื่อดังอย่าง Friend with Benefits ในครั้งนี้เธอกลับมารับบทที่สำหรับคนดูอย่างเราเรียกได้ว่ายากเอาการเลยทีเดียว นั่นคือ Ani FaNelli หญิงสาวผู้เพรียบพร้อมทุกอย่าง เรียกได้ว่าเป็นหญิงที่สุด Perfect แต่ทว่าภายใต้ใบหน้าและความมั่นใจภายนอกนั้น เธอเป็นเพียงลูกแก้วที่บอบบาง พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ

 

Luckies Girl Alive

Photo Credit 3: vitalthrills

 

ตัวละครที่ 2: Ani ในวัยเด็ก
แสดงนำโดย: Chiara Aurelia

ตัวละครตัวที่ 2 นี้ไม่ใช่ใครแต่เป็น Ani ในวัยเด็ก ผู้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง ผู้ซึ่งแบกรับความจริงและซ่อนทุกอย่างเอาไว้ เราจะได้เห็นการแสดงที่ล้ำลึก แสดงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานและ อารมณ์ทั้งหมดออกจากสีตาของเธอ

 

Luckies Girl Alive

Photo Credit 4: medium

ตัวละครที่ 3: Luke Harrison
แสดงนำโดย: Finn Wittrock

ลุค คู่หมั้นสุดเนี๊ยบ โปรไฟล์ดีเลิศ ชาวอังกฤษ ผู้เป็นเหมือนฟองน้ำและเบาะนุ่มๆ ให้กับ อาร์นี่เสมอมา โดยที่เขาไม่เคยรับรู้เรื่องราวความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่บนใบหน้าของแฟนสาวของเขาเลย

 

รีวิวและวิเคราะห์เนื้อหา

Luckies Girl Alive

 

Photo Credit 5: netflix

เอาละค่ะเราได้ทำความรู้จักกับที่มาและตัวละครของเรื่อง Lukiest Girl Alive ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งั้นเรามีดูการรีวิวและบทเคราะห์ของเรื่องนี้กันบ้าง สำหรับเราส่วนตัวแล้ว ความจิตวิทยาหรือความซับซ้อนของตัวละครนั้น เรื่องนี้ทำออกมาได้ปานกลาง ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์เชิงลึกมากเท่าไร

แต่ทว่ามีความสมเหตุสมผลของที่มาและที่ไปของเรื่องได้ดี สิ่งที่เรื่องนี้นำเสนออกมาได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ “ความ Perfectionist” พื่อการยอมรับและมั่นใจบางอย่างของตัวละครอย่างนางเอกเป็นต้น หากใครที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว เราจะเห็นเลยว่านางเอกเป็นต้นแบบของผู้หญิงที่เรียกว่า That Girl ได้ดีเลยก็ว่าได้ แต่ภายใต้ Mind Set และการแสดงออกบางอย่างนั้น รากฐานมันมาจาก การป้องกันตนเองจากภายนอก การสร้างความมั่นใจเพื่อไม่ให้ใครก็ตามได้เข้ามา สู่ แก่นแท้ความอ่อนไหวและอ่อนแอของจิตใจจากเรื่องราวในอดีต

 

Luckies Girl Alive

Photo Credit 6: etonline

นอกจากเรื่องการแสดงออกจากตัวละครแล้วนั้น การใช้ภาพสื่อถึงจิตใจและตัวตนที่แท้จริงของตัวละครอย่างการใช้เงาสะท้อนจากกระจกเงา (ซึ่งเทคนิคนี้ ภาพยนตร์จิตวิทยาชื่อดังอย่าง Black Swan และ อนิเมะที่เป็นแรงบันดาลใจอย่าง Perfect Blue ก็ใช้ด้วยเช่นกัน)
โดยการใช้เงาสะท้อนจากกระจกนั้น จะเพิ่มความ Mystery ของเรื่อง ความหลอนบางอย่าง รวมถึงนัยยะ ของตัวละครได้เป็นอย่างดี

 

Photo Credit 7: usmagazine

สำหรับเราแล้วนอกจากการสื่อและตีความในเรื่องของจิตวิยาของตัวละครนั้น สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสื่อเลยคือ “การข่มชืนในตอนเมา = ข่มขืน” ได้เป็นอย่างดี เหตุการณ์ในอดีตจนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา มีคดีที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน

โดยเหยื่อเกิดอาการมึนเมาในสถานการณ์นั้นมีอยู่เยอะมาก ด้วยเหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้เหยื่อเองก็ไม่สามารถพูดหรือสู้ในคดีความของตนเองได้อย่างเต็มปาก จนทำให้บางครั้งเรื่องราวหรือคดีต่างๆ จบลงด้วยการยินยอม หรือไม่ก็ปล่อยผ่านไป ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนภาพเหตุการณ์ความรู้สึกของเหยื่อที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

Comments

comments