สวัสดีค่ะสาวๆ ชาว Clubsister เราเชื่อว่านอกจากสุขภาพร่างกายและการพักผ่อน
ที่เพียงพอแล้วนั้น อีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้สาวๆ ยังคงมีสุขภาพกายและสุขภาพผิวที่ดีได้
คือการบำรุงจากภายนอก อย่างสกินแคร์ตั่งต่าง โดยเฉพาะ สกินแคร์ราคาแพง และการดูแลรักษาความสะอาดต่างๆ แน่นอนค่ะว่า เมื่ออายุเข้าใกล้เลข 3 ปัญหาต่างๆ ก็รุมเร้ามากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยเล็กๆ ความหย่อนคล้อยของผิว ผิวหน้าที่ดูอ่อนล้า หมองคล้ำ และอื่นๆ


สกินแคร์ราคาแพง 

ดังนั้นวันนี้เราได้รวบรวมตัวช่วยดีๆ มาให้สาวๆ กัน แต่เป็น Clubsister ทั้งที
จะให้มารีวิวสกินแคร์ทั่วไปได้อย่างไรกัน วันนี้เราจะมาแนะนำ “สกินแคร์ราคาแพง”

เพราะถ้าไม่แพงเราจะไม่มีแรงทา และอีกอย่างเราเชื่อว่า สกินแคร์ราคาแพง มันต้องมีดีอะไรสักอย่างละน้า ทำไมถึงแพง นอกจากนั้นเราจะรวบรวมสกินแคร์ตั้งแต่ขั้น Remover ไปจนถึง Moisturizer กันเลยทีเดียว  บอกเลยว่าทางเราจะป้ายยาให้ถึงที่สุด

งั้นอย่ารอช้าไปเริ่มที่ขั้นตอนแรกกันเลยค่ะ 

 

มาดู สกินแคร์ราคาแพง ที่น่าสนใจ น่าใช้ น่าลงทุน

Step 1: Remover
Brand: Farmacy — Green Cleansing Balm
Price: 1,000 – 1,600 THB

 

สกินแคร์ราคาแพง

สกินแคร์ราคาแพง

Farmacy — Green Clean เป็น Remover แบบ Cleansing Balm ที่มีส่วนผสมหลักอย่าง ????????? ??? + ?????? ???? ??? ที่อุดมไปด้วยวิตามิน E ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นของผิว และสาร Antioxidants ที่ปกป้องและเพิ่มชั้นเกราะป้องกันผิว
ซึ่งข้อดีของการใช้ Cleansing Balm
ในการ Remove Makeup นั้นคือผิวหน้าไม่เกิดการเสียดสีจากสำลี นั่นคือสิ่งที่ดีกับผิวหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ เพราะบางครั้งเจ้าสำลีนี่แหละ
เป็นตัวต้นเหตุที่ก่อให้เกิดริ้วรอยได้
อีกทั้งการใช้นิ้วมือของการนวดๆ วนๆ ทั่วผิวหน้านั้นเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น Farmacy — Green Clean นี้ยังมีส่วนผสมของ Papaya Extract ที่มีคุณสมบัติช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
อย่างอ่อนโยนไม่ทำร้ายหรือก่อนให้เกิดการระคายเคืองของผิวค่ะ

 

Step 2: Cleanser
Brand: Krave Beauty — Matcha Hemp Hydrating Cleanser
Price: 900 – 1,100 THB

 

สกินแคร์ราคาแพง

สกินแคร์ราคาแพง

Krave Beauty — Matcha Hemp Hydrating Cleanser เป็น Cleanser เนื้อเจลที่เหมือนล้างและบำรุงในตัวเดียว เพราะมีส่วมผสมหลักมาจากใบชาเขียวซึ่งเป็นส่วมผสมจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นดี อีกทั้งเจลล้างหน้าตัวนี้ขึ้นชื่อว่า Hydrating Cleanser นั่นก็แปลว่า ช่วยเติมน้ำและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราด้วย เพราะส่วนผสมที่มาจาก ???? ???? ??? มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อผิว อีกทั้งมอบความชุ่มชื้นได้อย่างล้ำลึกในทุกสภาพผิว ไม่เพียงแค่นั้นเจลล้างหน้าของ Krave Beauty — Matcha Hemp Hydrating Cleanser นั้นยังเป็นเจลล้างหน้าที่มีค่า PH ที่พอเหมาะกับผิวอีกด้วย

 

Step 3: Toner
Brand: FRESH – Rose Deep Hydration Facial Toner
Price: 1,600 – 1,750 THB

 

สกินแคร์ราคาแพง

สกินแคร์ราคาแพง

 

หากพูดถึง Counter Brand ที่เน้นส่วนผสมหรือสารสกัดจากธรรมชาติแล้วนั้นคงหนีไม่พ้น FRESH และถ้าพูดถึง Toner ตัวดังแล้วละก็ นึกถึงตัวไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก
FRESH – Rose Deep Hydration Facial Toner  เป็นโทนเนอร์ที่ช่วยในการปรับสภาพผิวพร้อมเติมความชุ่มชื้น
เพื่อเตรียมรับสกินแคร์ตัวต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนผสมหลักของโทนเนอร์ตัวนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Rosa Damascena Flower Oil และ Rosa Multiflora Fruit Extract ซึ่งเป็นน้ำมันสกัดจากกลีบกุหลาบสายพันธุ์
จากโมรอคโค ซึ่งมอบกลิ่นหอมที่ทำให้สาวๆ รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางดงดอกกุหลาบป่า
อีกทั้งน้ำมันสกัดจากกุหลาบนั้น ยังช่วยลดการอักเสบพร้อมปลอมประโลมผิว นอกจากนั้นยังช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

 

Step 4: Essence
Brand: Zelens – Z BalancePrebiotic & Probiotic Facial Mist
Price: 1,500 – 2,100 THB

 

สกินแคร์ราคาแพง

สกินแคร์ราคาแพง

หลายคนอาจคุ้นชินกับ Essence ที่อยู่ในรูปแบบน้ำตบ แต่ครั้งนี้เราขอนำเสนอ Essence ที่อยู่ในรูปแบบ Mist อย่าง Zelens – Z Balance Prebiotic & Probiotic Facial Mist เพราะเจ้า Zelens Z Balance ตัวนี้เป็นสกินแคร์ที่มากกว่าการเตรียมผิว เพราะส่วนสมหลักของเขาคือ Probiotic ที่มีมากกว่า 5 สายพันธุ์ หากถามว่า Probiotic นั้นสำคัญ
หรือมีประโยชน์กับผิวเราอย่างไรนั้นคือ Probiotic เป็นแบคทีเรียดีที่ช่วยปรับสมดุลและกลไกการทำงานของผิวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พอผิวทำงานได้ดี มีแบคทีเรียดีที่ช่วยป้องกันผิวเรานั้น ทำให้ผิวแข็งแรงพร้อมที่รับการบำรุงต่อไป อีกทั้งยังเป็นเกราะป้องกันผิวที่ดีอีกด้วย

 

Step 5: Serum
Brand: Susanne Kaufmann – Hyaluron Serum
Price: 4,500 – 5,000 THB

 

สกินแคร์ราคาแพง

เขาว่ากันว่าสุขภาพผิวที่ดีและแข็งแรงนั้นมีจากผิวที่มีความชุ่มชื้นที่เพียงพอ
Susanne Kaufmann – Hyaluron Serum เป็นเหมือน Serum ที่ Must Have มากๆ ตัวหนึ่ง เพราะเป็นเหมือนสกินแคร์ SOS ที่กอบกู้และเติมพลังไปกับผิวได้อย่างดีเยี่ยม เพราะส่วนผสมหลักๆ ของ Hyaluron Serum นี้คือสารสกัดที่ให้ความชุ่มชื้นนานาชนิด อีกทั้งยังมีสารสกัดจากพืชที่ช่วยปลอบประโลมผิว และ เพื่อความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผิวหน้าเราดูอิ่มฟู ประหนึ่งนอนหลับเต็มอิ่มวันละ 8 ชั่วโมง ถึงแม้ความจริงจะเพิ่งได้นอนตอนตี 5 ก็ตาม

Step 6: Moisturizer
Brand: MZ Skin – Rest & Revive
Price: 9,500 – 11,000 THB

 

สกินแคร์ราคาแพง

 

บอกเลยว่าสกินแคร์ในขั้นตอนสุดท้ายต้องเป็นตัวที่บำรุงอย่างขั้นสุด
และ MZ Skin – Rest & Revive ตัวนี้บำรุงขั้นสุด 
อีกทั้งยังเป็นสกินแคร์ที่ครอบจักรวาลผิวเลยก็ว่าได้ เพราะ MZ Skin – Rest & Revive อุดมไปด้วย ส่วนผสมสเต็มเซลล์ จาก Ovine Placenta ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟู ซ่อมแซม ผิวอย่างล้ำลึก  อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นและสร้างคอลลาเจนให้กับเราอีกด้วย
ไม่เพียงแค่นั้นแบรนด์นี้เขายังสกัดรกแกะมาแบบเข้มข้น
พร้อมเข้าบำรุงสู่ชั้นผิวอย่างล้ำลึก
ถึงแม้ว่า Rest & Revive เขาจะบอกว่าตัวเองเป็น Night Serum แต่สำหรับเราเนื้อครีมของเขา
ค่อนข้างเข้มข้น
และให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอสำหรับตอนกลางคืนอยู่แล้ว สามารถใช้แทน Night Cream ได้เลย

สุดท้ายทั้งนี้ทั้งนั้นสกินแคร์แต่ละตัวขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
เวลาจะเลือกใช้ หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตัวไหนลองดูส่วนผสมให้ละเอียดก่อนนะคะ

เผื่อตัวเองแพ้สารสกัดตัวไหน ยังไง จะได้ไม่เสียดายเงิน เสียดายเวลากันนะคะ

 

รูปภาพเพิ่มเติม:
farmacybeauty
kravebeauty
freshbeauty
susannekaufmann
zelensskincare

ข้อมูลเพิ่มเติม:
xtrastrong_beauty

Comments

comments