สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราหยิบ Laneige Neo Matte Foundation รองพื้นฝาเขียวมารีวิว เพื่อน ๆ หลายคนคงคุ้นชื่อกันมาบ้าง เพราะทางแบรนด์เคยออก NEO CUSHION ในปี 2020 และตอนนั้นบอกเลยว่า รุ่น Matte ตลับสีเขียวได้รับความนิยมมาก ๆ โดยเฉพาะในบ้านเรา ที่สภาพอากาศร้อนแบบนี้ จะหาคุชชั่นที่เหมาะกับอากาศ ทนต่อความร้อน และช่วยคุมมันให้กับคนที่ผิวมัน ตัวนี้ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์สาวไทยอย่างเรามาก ๆ เลยค่ะ
และได้ออก LANEIGE NEO Foundation มาในช่วงปลายปี 2021 เพื่อน ๆ คงอยากรู้แล้วสิว่าจะดีหรือเปล่า ต่างกับตัวคุชชั่นตลับเขียวมั้ย ไปดูกันเลยค่ะ !
ประวัติแบรนด์ laneige
laneige เป็นแบรนด์เครื่องสำอางจำพวก สกินแคร์ ที่ใช้ในการบำรุงผิวสะส่วนใหญ่ บริษัท เครื่องสำอางชื่อดังของเกาหลีอย่าง Amore Pacific ได้ทำการก่อตั้งแบรนด์ที่ชื่อว่า Laneige ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2537 โดยมีการสะสมผลิตภัณฑ์ที่เอาไว้สำหรับดูแลผิวชื่อว่า ยูวีกรีน ( Uv green ) ภายใต้แคมเปญ “Laneige ปกป้องผู้หญิง”
โดยเน้นคุณสมบัติของการสร้างภูมิต้านทานผิวหนัง ในสายการผลิต Laneige เพื่อการโปรโมท และได้ทำการคัดเลือกนักแสดงหญิง Lee Yoo-ri Kim Kim-won มาเป็นตัวแทนของแบรนด์
ดูภายนอกในช่วงนั้นแม้จะประสบความสำเร็จไม่น้อย แต่ก็พบว่าพบว่าในทางตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ผู้บริโภคเห็นว่าแบรนด์นั้นมีความเป็นผู้ใหญ่น้อยมาก ต่อมาในเดือนกรกฎาคมปี 1995 นักแสดงหญิงคิมจี – โฮกลายเป็นพรีเซ็นเตอร์คนที่สามของแบรนด์ Laneige จนทำให้แบรนด์ดังกล่าวมียอดขายถึง 100 พันล้านวอนในปี 1996เลย
laneige เป็นเครื่องประทินผิวที่เชื่อว่าตอนนี้มีสาว ๆ หลายคนมีไว้ติดบ้านอย่างแน่นอน เพราะว่ามันเป็นเครื่องสำอางที่ราคาย่อมเยาว์ เข้าถึงได้ทุกระดับชั้น แน่นอนว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยด้วยนั่นเอง สาว ๆ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์นี้มาใช้ได้อย่างสบายใจ เพราะไม่ว่าใคร ๆ ใช้ก็มักจะมีรีวิว ไปในทิศทางที่ดีกันทั้งนั้น
รองพื้นสัญชาติเกาหลี น่าตำ ! รีวิว Laneige Neo Matte Foundation สี 21N1
LANEIGE Neo Cushion Foundation Matte เนื้อรองพื้นสูตรบางเบา ให้การปกปิด full coverage และติดทนยาวนาน 24 ชั่วโมง เหมาะกับสภาพอากาศที่มีความร้อน และชื้น ให้ผิวได้ลุคแมทท์ที่เบาสบาย และกลมกลืนกับผิว มาพร้อมกับสารกันแดด SPF16/PA++ แล้วมากับแพคเกจจิ้งสวย ๆ จับง่ายพอดีมือ ออกแบบมาไม่ซ้ำใคร เมื่อเปิดปิดฝาจะมีแม่เหล็กช่วยดูดมาพร้อมกับหัวปั๊ม ใช้งานสะดวก
วิธีการเลือกเฉดสี
ตามรูปข้างล่างเลยค่ะ แต่ถ้าใครใช้ Laneige Neo Cushion อยู่แล้ว เบอร์สีจะเหมือนเดิมเลยค่ะ แค่เพิ่มเลข 1 ตามหลังถ้าเป็นตัวรองพื้น ใครที่ยังไม่เคยใช้แบบนี้ ไม่แน่ใจว่าจะใช้สีเบอร์ไหนดี ไปเลือกที่ shop Laneige เลยค่ะ วิธีเทสสีง่าย ๆ ให้ทาที่กรอบหน้านะ แล้วจะได้รองพื้นพอดีกับสีหน้าของเรา
วิธีการใช้
• เขย่าก่อนใช้
• ใช้หลังจากทาครีมกันแดด หรือเมคอัพเบสในขั้นตอนพื้นฐานการดูแลผิว
• ใช้ปริมาณที่เพียงพอ และทาบาง ๆ ตามเนื้อผิวด้วยนิ้ว ทาเพิ่มอีกหนึ่งชั้นในบริเวณที่ต้องการการปกปิดมากขึ้น
• ลองใช้ฟองน้ำหรือแปรงเพื่อการยึดเกาะที่ดีขึ้น
Before : เราเป็นคนที่ผิวสีขาวเหลือง มีสิว รอยสิว แล้วมีใต้ตาที่คล้ำ ในรูปเราทากันแดด แล้วลงรองพื้นเลย ไม่ได้ใช้คอนซิลเลอร์ ใครสีผิวโทนเหลือง แนะนำให้ใช้ N ถ้าผิวออกชมพูให้ใช้เป็น C นะคะ
After : เราใช้แปรงแบบแบนในการลงรองพื้น เกลี่ยรองพื้นได้อย่างง่ายดาย ได้ลุคที่ดูบางเบา ดูเป็นธรรมชาติ แต่ต้องเกลี่ยดี ๆ นะ ไม่งั้นแปรงอาจทิ้งรอยขนแปรงไว้บนใบหน้าได้
ความรู้สึกหลังใช้
ตอนที่เราลองสวอชรองพื้นที่แขน จะรู้สึกว่าขาวไปมั้ย แต่พอลงที่หน้าไปจริง ๆ เรารู้สึกเลยว่าพอดีกับหน้าเลย เราใช้ปริมาณเนื้อรองพื้น 1 – 2 ปั๊ม การปกติค่อนข้างดี แต่จะเห็นรอยสิวอยู่บ้าง และมีคราบตรงข้างจมูกเล็กน้อย เมื่อทารองพื้นลงไป จะไม่ทำให้รู้สึกหนักหนา ให้ผิวที่บางเบา ไม่ได้แมทท์เกินไป ดูเป็นงานผิว แต่ใครที่ต้องการ Full coverage สามารถใช้ฟองน้ำ คู่กับรองพื้น กดลงบนผิวเพิ่ม จะช่วยปกปิดได้ดียิ่งขึ้น สามารถปกปิดพวก รูขุมขน และริ้วรอยถือว่าทำได้อยู่หมัด เมื่อทารองพื้นเสร็จ เราใช้แป้งโปร่งแสง ปัดด้วยแปรงแต่งหน้าในบริเวณ T- zone สิ่งที่ชอบเลยคือ รองพื้นติดทนยาวนานมาก กันน้ำกันเหงื่อได้ดีสุด ๆ เข้ากับอากาศของประเทศไทยมากเว่อ
ความแตกต่างของรองพื้นกับตัวคุชชั่น
เนื้อรองพื้นรุ่นนี้ เรารู้สึกว่า มันจะมีความเป็นน้ำ (watery) มากกว่าตัว Laneige Neo Cushion Matte มันจะบางเบา และทำให้ซึมเข้าผิวได้ง่ายมากกว่า การปกปิดไม่เทียบเท่าตัวคุชชั่น ตัวรองพื้นจะให้ความสบายผิว เพราะเนื้อรองพื้นของเขาเบามากจริง ๆ ค่ะ
ไม่อุดตันผิว ใช้แล้วสิวไม่ขึ้นเพิ่มด้วยค่ะ ตัวรองพื้น กับคุชชั่นของเขาสามารถทาแบบเดี่ยว ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องลงแป้งฝุ่นทับ สีก็ไม่ดรอประหว่างวัน ความติดทนคือสูสี ติดทนทั้งคู่เลยค่ะ พอได้ซับหน้าระหว่างวัน จะสังเกตได้ว่า ตัวรองพื้นจะหลุดออกมามากกว่าตัวคุชชั่น
ใครที่ชอบผิวที่บางเบาไม่หนักหน้า แนะนำรองพื้น ส่วนใครเอาแบบปกปิดแน่น ๆ จัดคุชชั่นเลยค่ะ เราบอกไม่ได้ว่าตัวไหนดีกว่ากัน มันอยู่ที่เพื่อน ๆ เลือกตัดสินใจเลยว่าอยากได้งานผิวแบบไหน วันนี้เราขอตัวลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่นะ บ๊ายบายยย
Photo Credit:
Source Credit:
Stay connected